โรงเรียนบ้านหนองขาม

หมู่ที่ 9 บ้านหนองขาม ตำบล ป่าหวาย อำเภอ สวนผึ้ง จังหวัด ราชบุรี 70180

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

087 079 5226

การรักษา และสาเหตุของอาการท้องโตในผู้สูงอายุ

การรักษา

การรักษา สาเหตุของท้องโตในผู้สูงอายุ เมื่อเข้าสู่วัยชรา ผู้สูงอายุบางคนก็มีท้องโตอย่างกะทันหัน และมีหลายสาเหตุที่ทำให้คนชรามีท้องโตได้แก่ ความเครียด อาการท้องผูก การไม่ออกกำลังกายและสาเหตุอื่นๆ หากท้องโตเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ ดังนั้นเมื่อเกิดขึ้น ควรใช้มาตรการบางอย่าง เพื่อให้ท้องไม่โต เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

ความตึงเครียดและความดันนำไปสู่ท้องโต เนื่องจากความเครียดและการทำงานล่วงเวลา การขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ผิดปกติ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะ การทำงานของระบบเผาผลาญอายุก่อนกำหนดแน่นอนว่า กระเพาะอาหารจะเติบโตขึ้นทุกวัน กิจกรรมที่ไม่ดีทำให้ท้องโต หากออกกำลังกายไม่ครบ รอบเอวก็จะสะสมไขมันไว้มาก นอกจากนี้หากความเข้มข้นของเอวไม่สูงพอ จะทำให้เรามีเอวที่หนา การเผาผลาญที่ไม่ดีของอาการท้องผูก นำไปสู่ท้องโต เอวหน้าท้องและก้นมักจะสะสมไขมันในร่างกายมากที่สุด เมื่อปรากฏแล้ว ก็ยากที่จะกำจัดออกไป หากคุณต้องการกำจัดไขมันหน้าท้อง คุณต้องออกกำลังกายและกินให้น้อยลง

ความบกพร่องของม้ามทำให้ท้องโต ท้องบางคนอาจเกิดจากม้ามพร่อง การขาดม้ามยังมีอาการต่างๆ เช่นริมฝีปากแห้ง เหงือกมีเลือดออก สะอึกง่าย และอุจจาระผิดปกติ เนื่องจากม้ามมีบทบาทในการถ่ายโอน และขนส่งสารอาหารของเสียในร่างกาย การทำงานของม้ามพร่อง จึงไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำ ความชื้น ความร้อน ความเย็นในร่างกายจะยังคงอยู่ในร่างกาย และไม่สามารถกำจัดได้หมด ส่งผลให้ท้องอืดและท้องโต ในขณะเดียวกันโภชนาการไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันเวลา ส่งผลให้อ้วนขึ้น

การรักษา ท้องโตในผู้สูงอายุ รับประทานอาหารในปริมาณเล็กน้อย เพื่อช่วยให้กระเพาะอาหารย่อยได้เร็วขึ้น เพื่อบรรเทาอาการท้องอืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเริ่มจากการรับประทานอาหารก่อน หากหญิงตั้งครรภ์กินอาหารมากๆ เมื่อรู้สึกท้องอืดจะเป็นการเพิ่มภาระในการย่อยของระบบทางเดินอาหาร และทำให้อาการท้องอืดมากขึ้น ดังนั้นคุณต้องเปลี่ยนนิสัยการกิน จากการกินอาหาร3มื้อต่อวัน เป็นการกิน 6-8มื้อต่อวัน โดยแต่ละมื้อจะลดขนาดลง ระวังอย่ากินอาหารหลายชนิดเกินไปในแต่ละมื้อ ไม่แนะนำให้กินอาหารเหลวเกินไป เพราะของเหลวไม่จำเป็นต้องย่อยง่าย

พัฒนานิสัยของลำไส้ทุกวัน กินผักและผลไม้ อาหารที่มีเส้นใยสูง เพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหว ของระบบทางเดินอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสมทั่วร่างกาย หรือกิจกรรมของกล้ามเนื้อเอว สามารถส่งเสริมการบีบตัวของลำไส้ การออกกำลังกายที่เหมาะสมเช่น การเดินยังสามารถส่งเสริมการเคลื่อนไหวของลำไส้ และบรรเทาอาการท้องอืดได้ ดังนั้นจึงแนะนำให้ ผู้สูงอายุใช้เวลาเดินประมาณ 20นาทีหลังอาหาร เพื่อช่วยในการถ่ายอุจจาระ และทำให้หมดแรง

เติมน้ำต้มสุกให้เพียงพอ ก่อนอาหารเช้าและบริโภคน้ำอย่างน้อย 2,000มิลลิกรัมต่อวัน การนวดหน้าท้อง เริ่มจากท้องน้อยด้านขวานวดในทิศทางตามเข็มนาฬิกาด้วยแรงเบาๆ ครั้งละ 10-20รอบ วันละ 2-3ครั้ง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความรู้สึกแน่นท้องได้ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ถ้าอุจจาระสะสมในลำไส้ใหญ่ อาการท้องอืดจะรุนแรงขึ้น ดังนั้นควรดื่มน้ำอุ่นมากๆ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1,500มิลลิกรัม น้ำที่เพียงพอสามารถกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้ การดื่มน้ำอุ่นจะเหมาะสมกว่าน้ำเย็นเนื่องจากการดื่มน้ำเย็น มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดอาการจุกเสียดในลำไส้ นอกจากนี้ควรดื่มน้ำอัดลม กาแฟและชาให้น้อยลง

วิธีลดน้ำหนักในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุไม่เหมาะกับการออกกำลังกายหนัก แต่เหมาะกับการออกกำลังกายแบบเบาได้เช่น การเดิน เพื่อลดน้ำหนัก ในแง่ของการรับประทานอาหาร แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อคุณตื่นนอนตั้งแต่ 7-8โมงเช้า การทำงานของร่างกายยังคงอยู่ในสภาพที่แข็งแรง ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคในระดับปานกลาง อย่าออกกำลังกายมากเกินไป โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่เป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดโรคได้ง่าย หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า การเดินเร็ว ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีในตอนเช้า อัตราการเต้นของหัวใจจะถูกควบคุมไว้ที่96-102 โดยมีเหงื่อออกเล็กน้อย

หากผู้สูงอายุต้องการลดน้ำหนักบริเวณหน้าท้อง หากผู้สูงอายุมีสภาพร่างกายไม่ดีอยู่แล้ว และต้องทนทุกข์ทรมาน จากโรคเรื้อรังบางอย่าง จึงสามารถออกกำลังกายได้เฉพาะบางวิธีเท่านั้น นอกจากนี้ผู้สูงอายุจะมีอาการเหงื่อออกตามร่างกายหลังทำกิจกรรม ในขณะนี้ต้องเช็ดเหงื่อให้ทันเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัดและเจ็บป่วย

กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ หนึ่งน้อยกว่า ดังคำกล่าวที่ว่ากินให้อิ่ม80% เจ็บป่วยน้อยลงและไม่ต้องกังวล ซึ่งหมายความว่า คุณไม่ควรกินมากเกินไปในแต่ละมื้อ ควรเว้นช่องท้องไว้สองช่อง การศึกษาของออสเตรเลียพบว่า หากมนุษย์หิวอยู่ตลอดเวลาถึง2จุด อายุขัยจะเพิ่มขึ้น 20%เป็น30% ประการที่สองจงอบอุ่น ตามการแพทย์ม้ามและกระเพาะอาหาร เป็นรากฐานของการเกิดโรค คนท้องชอบความแห้งและเย็น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการระคายเคือง จากอาหารเย็นและอาหารอุ่นๆ แต่ควรสังเกตว่า อาหารอุ่นๆ ไม่ได้หมายถึงอาหารร้อนๆ การกินอาหารร้อนบ่อยๆ อาจทำลายหลอดอาหาร และเป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งหลอดอาหาร

 

 

 

 

 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ >> ฟิลิปปินส์ สาเหตุหลักของประเทศแห่งความร่ำรวย สู่ความยากจนเป็นอย่างไร?